There are currently 3524 movies on our website.

Lion (2016) จนกว่าจะพบกัน [HD][พากย์ไทย]

0
( High Quality )
ติดต่อโฆษณา : [email protected]
W88TH
Movie-Trainer

ชื่ออังกฤษ : Lion
ชื่อไทย : จนกว่าจะพบกัน
ประเภท : Biography, Drama, HD, Master
เรื่องย่อ
Lion (2016) จนกว่าจะพบกัน HD Master พากย์ไทย หนัง ผลิตขึ้นมาจากข้อเท็จจริงของ Saroo Brierley โดยเริ่มเรื่องที่ปี 1986 ในเมือง Khandwa อินเดีย เวลานี้ Saroo อายุ 5 ขวบ เขาพลัดหลงกับพี่ชายของเขา Guddu (Abhishek Bharate) ที่สถานีรถไฟ เขาถูกรถไฟพาไปเมือง Calcutta ซึ่งห่างจากบ้านเขาไปกว่า 1,600 กิโล Saroo เปลี่ยนเป็นเด็กไม่มีบ้าน (Homeless) อยู่อย่างอดโซและก็ยังจะต้องแอบหนีจากพวกกลุ่มลักเด็กไปขาย ถัดมาเขาถูกส่งไปอยู่ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าก่อนที่จะ Sue & John Brierley (Nicole Kidman & David Wenham จาก The Lord of the Rings) สองผัวเมียชาวประเทศออสเตรเลียจะมารับเขาไปเป็นบุตรบุญธรรม Saroo จากบ้านไกลมาอยู่ Tasmania ออสเตรเลีย Sue กับ John ชุบเลี้ยงเขาอย่างยอดเยี่ยม เขาศึกษาต่อการจัดการโฮเต็ลที่ Melbourne และก็ได้เจอรักกับสาวนิวยอร์ก Lucy (Rooney Mara ผู้ท้าชิงออสการ์จาก Carol) เพื่อนพ้องร่วมคลาสของ Saroo เสนอแนะให้เขาตามหาภูมิลำเนาของเขาโดยใช้เทคโนโลยี Google Earth เพื่อที่วันนึงเขาจะได้กลับไปพบแม่ (Priyanka Bose) และก็ลูกพี่ลูกน้องแท้ๆของเขา หลายช็อตที่หนังถ่ายทอดเรื่องราวได้โดยที่นักแสดงไม่ต้องบอกอะไรเลยสักคำ พวกเราก็เข้าถึงอารมณ์และก็ความรู้สึกในตอนนั้นได้ ทั้งยังทำให้พวกเรามองเห็นความ contrast ของโลกคู่ขนานทั้งคู่ประเทศ ระหว่างประเทศอินเดียกับประเทศออสเตรเลีย มองเห็นความลำบากของคนยากคนจน รู้ตัวเองโชคดีขนาดไหนแล้วที่เกิดมามีบ้านอยู่รวมทั้งแต่งงานอยู่ใกล้ๆการถ่ายรูปในหนังของ Greig Fraser (คนถ่ายรูปจาก Rogue One, Foxcatcher, Zero Dark Thirty อื่นๆอีกมากมาย) ก็สวยสดงดงามแล้วก็อัจฉริยะอย่างมาก ดูแล้วเชิญให้เข้าถึงอารมณ์ตลอดการเดินทางของ Saroo โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายรูป landscape จากมุม Bird’s-eye view ที่เข้ากันนเซ็ปต์กับการหาบ้านของตัวละครที่เป็นตัวเอกโดยใช้ Google Earth เว้นแต่งานภาพที่เด่น จุดเด่นของหัวข้อนี้เป็นการแสดงอันทรงอำนาจของเหล่าผู้แสดงนำฝ่าย ตั้งแต่สองชายหนุ่มที่รับบทบาทเป็น Saroo Brierley มันก็คือ Dev Patel กับ Sunny Pawar ทั้งคู่ปฏิบัติภารกิจในพาร์ทของตัวเองได้อย่างดียิ่ง ช่วงแรกพวกเราก็สงสัยว่าเพราะเหตุไร Dev Patel ได้เข้าชิงสาขาดาราสมทบชาย ไม่ใช่สาขาผู้แสดงนำฝ่ายชาย เพราะเหตุว่าเขาเองก็เล่นบทเป็นตัว Saroo Brierley ซึ่งเป็นตัวละครหลักของเรื่องเลย แต่ว่าพอใช้ได้ดูหนังจริงก็เลยรู้เรื่อง Dev Patel มิได้หามหนังอีกทั้งเรื่องไว้เพียงผู้เดียว ผู้แสดงอีกคนหนึ่งที่หามเรื่องราวไว้เท่ากับเขาเป็นผู้แสดงเด็กคนใหม่ Sunny Pawar ที่สวมบทบาทเป็น Saroo ในวัยเด็ก กล่าวอีกนัยหนึ่ง Sunny Pawar ชี้ให้เห็นว่าความลำบากของ Saroo วัยเด็กที่ประเทศอินเดียคืออะไร ความเคว้างเวิ้งคว้างเคว้งสำหรับการอยู่อย่างสันโดษรวมทั้งหลงทางในเมืองที่ไม่มีผู้ใดคุยภาษาเดียวกับเขานั้นเป็นยังไง (Saroo กล่าวภาษาถิ่นเป็นภาษาฮินดี ในเวลาที่คนภายในเมือง Calcutta บอกภาษาเบงกาลี) ส่วน Dev Patel ถ่ายทอดความเจ็บและก็ความสลับซับซ้อนทางอารมณ์ของผู้แสดงได้เป็นอย่างดีจวนเจียนจะร้องไห้ตาม หวังว่าประเด็นนี้จะส่งให้เขาไปถึงเวทีออสการ์ได้ เนื่องจากว่าต้นปีเขาก็เล่น The Man Who Knew Infinity เป็นนักเลขคณิตคนประเทศอินเดียได้อย่างน่าประทับใจ (ถ้าหากมิได้อีก ออสการ์ก็น่าจะ So White เกินความจำเป็นแล้วจริงๆ) แม้กระนั้นข้อท้วงติงเป็น Dev Patel เป็นคนผิวสีน้ำจากที่หล่อมากมายรวมทั้งหุ่นดีมากมาย ทั้งยังรูปร่าง เค้าหน้า รวมทั้งผิวพรรณไม่เหมือนกับ Saroo ตัวจริงอยู่โข แถมยังมองน่าเชื่อถือยากว่าเขาเป็นชาวอินเดียที่เกิดในสลัม อย่างไรก็ตาม เหตุเพราะในช่วงต้นเรื่องหนังพาพวกเราไปสัมผัสประสบการณ์ชีวิตอันแร้นแค้นของ Saroo มาแล้ว ตอนที่เขาโตมาเป็น Dev Patel มันก็เลยมีหลายช็อตที่พวกเราอินไปกับมัน เพราะว่าพวกเรามีความจำวัยเด็กรวมทั้งมีประสบการณ์ร่วมไปกับ Saroo (รับสารภาพว่าทีแรกๆแอบเบื่อนะที่เล่าตอนวัยเด็กช้านาน เป็นต้องการมองตอนโตแล้วอะไรแล้ว แม้กระนั้นภายหลังก็ปลอมตละว่าเพราะเหตุไรจำเป็นต้องให้กางคกราวเกรียวนด์มากมายขนาดนี้) พวกเราก็เลยรู้เรื่องตอนที่เขาระลึกถึงตอนวัยเด็กที่เขาเคยต้องการรับประทานอะไรแต่ว่ามิได้รับประทานแล้ววันนี้เขาสามารถรับประทานของหวานนั้นกี่ชิ้นก็ได้ แล้วก็พวกเราก็รู้เรื่องเขา แม้เขาจะรู้สึก uncomfortable กับชีวิตอัน comfortable ในขณะนี้ เนื่องจากครอบครัวของเขาอีกทวีปหนึ่งกำลังอยู่ทุกข์ยากรวมทั้งบางทีอาจเป็นห่วงว่าเขาจะเป็นตายร้ายดีเช่นไร แม้กระนั้นน่าลุ้นออสการ์แน่ๆกว่าเป็น Nicole Kidman คนรับบทเป็นแม่เลี้ยงของ Saroo ช็อตที่พวกเราถูกใจของคุณมีอยู่สองซีน ซีนแรกเป็นซีนที่คุณมองดู Saroo เปิดตู้แช่เย็นในบ้านของคุณคราวแรก ตู้แช่เย็นที่เต็มไปด้วยอาหารมากแตกต่างจากชีวิตก่อนหน้าที่ผ่านมาของเขาที่แทบจะไม่มีอันจะกิน เอาจริงเอาจังซีนนี้ถูกใจฟีลลิ่งโดยภาพรวมนั่นแหละ มันเป็นภาพที่ไม่ต้องกล่าวอะไรแต่ว่าสื่อความหมายเป็นร้อยล้านคำ อีกซีนนึงนี่ถูกใจที่การแสดงของ Nicole Kidman และก็ไดอะล็อกของ Sue ล้วนๆเป็นในตอนที่คุณบอกเหตุผลที่คุณรับ Saroo กับ Mantosh มาเลี้ยงเป็นลูกเลี้ยงแทนที่จะมีลูกแท้ๆที่ให้กำเนิดด้วยตัวเองเอง Sue กับ John Brierley ไม่สนใจว่าเด็กที่รับเลี้ยงมาจะคืออะไร แม้ว่า Mantosh จะโตมามิได้เช่นหัวใจ พวกเขาก็ไม่เศร้าใจที่ตกลงใจรับเลี้ยง พวกเขาเห็นว่าการสร้างปริมาณประชาชนเพิ่มไม่ได้การันตีว่าผลิตผลนั้นจะสำเร็จผลิตที่ดีรวมทั้งช่วยทำให้สังคม แม้กระนั้นการเกื้อกูลกำพร้ามันช่วยทำให้โลกดียิ่งขึ้นมาแน่นอนไม่มากมายก็น้อย ดังนี้ไม่ใช่แค่ตื้นตันกับทัศนคติของพวกเขา แม้กระนั้นแนวความคิดนี้ยังมีผลให้พวกเราคิดย้อนไปถึงสังคมประเทศอินเดีย ซึ่งมีราษฎรล้นหลาม (เพียงแค่แม่ของ Saroo ผู้เดียวก็มีลูก 4 คนละ) พลเมืองโดยมากยากแค้น ประเทศยังไกลห่างจากการพัฒนา (ลองคิดดูสิว่า Saroo จากบ้านไป 25 ปี กลับมาอีกครั้งประเทศอินเดียเกือบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปในทางที่ดียิ่งขึ้นเลย) พวกเราถูกใจที่ Lion มิได้เป็นหนังจุดประกายความหวังลมๆแล้งๆไม่ใช่หนังที่โชว์ให้มีความเห็นว่าผู้แสดงนำชายของพวกเราอยู่รอดได้ด้วยโชคเข้าข้างหรือปาฏิหาริย์ ในทางตรงกันข้าม ผู้แสดงนำชายของพวกเรามีสติปัญญา ความมุมานะ แล้วก็หัวใจยิ่งใหญ่ดุจราชสีห์ ยิ่งกว่านั้น มอง Lion จบแล้ว พวกเรายังใส่ใจได้ถึงสิ่งที่ทำให้โลกของพวกเรารวมทั้งชีวิตของคนคนนึง “” ได้อยู่ 2 อย่าง ยกตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีแล้วก็การเรียน ในเวลาเดียวกันก็มีอีกสิ่งจำเป็นที่ทำให้โลกของพวกเรา “น่าอยู่ขึ้น” ด้วย มันก็คือ คุณงามความดีแล้วก็ความรัก นี่เป็นความเป็นจริงแท้ที่พวกเราได้จากหนังประเด็นนี้ แล้วก็ความสวยงามของเรื่องราวนี้ทำให้พวกเราเสียน้ำตา ดูหนังออนไลน์ Lion (2016) จนกว่าจะพบกัน HD Master พากย์ไทย รองรับ IOS IPhone IPad Android Windows phone

ดูหนังออนไลน์ Lion (2016) จนกว่าจะพบกัน HD เสียงไทยมาสเตอร์


KOD-HD FACEBOOK GROUPS

FILM DETAILS 3 months Ago
Lion (2016) จนกว่าจะพบกัน [HD][พากย์ไทย]

Genre: ดูหนัง HD, ดูหนังออนไลน์ฟรี, หนัง MASTER, หนังดราม่า, หนังฝรั่ง, หนังใหม่, หนังใหม่ 2016

IMDB Rating: 8.1

Director: Garth Davis

Cast: หนัง ผลิตขึ้นมาจากข้อเท็จจริงของ Saroo Brierley โดยเริ่มเรื่องที่ปี 1986 ในเมือง Khandwa อินเดีย เวลานี้ Saroo อายุ 5 ขวบ เขาพลัดหลงกับพี่ชายของเขา Guddu (Abhishek Bharate) ที่สถานีรถไฟ เขาถูกรถไฟพาไปเมือง Calcutta ซึ่งห่างจากบ้านเขาไปกว่า 1,600 กิโล Saroo เปลี่ยนเป็นเด็กไม่มีบ้าน (Homeless) อยู่อย่างอดโซและก็ยังจะต้องแอบหนีจากพวกกลุ่มลักเด็กไปขาย ถัดมาเขาถูกส่งไปอยู่ที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าก่อนที่จะ Sue & John Brierley (Nicole Kidman & David Wenham จาก The Lord of the Rings) สองผัวเมียชาวประเทศออสเตรเลียจะมารับเขาไปเป็นบุตรบุญธรรม Saroo จากบ้านไกลมาอยู่ Tasmania ออสเตรเลีย Sue กับ John ชุบเลี้ยงเขาอย่างยอดเยี่ยม เขาศึกษาต่อการจัดการโฮเต็ลที่ Melbourne และก็ได้เจอรักกับสาวนิวยอร์ก Lucy (Rooney Mara ผู้ท้าชิงออสการ์จาก Carol) เพื่อนพ้องร่วมคลาสของ Saroo เสนอแนะให้เขาตามหาภูมิลำเนาของเขาโดยใช้เทคโนโลยี Google Earth เพื่อที่วันนึงเขาจะได้กลับไปพบแม่ (Priyanka Bose) และก็ลูกพี่ลูกน้องแท้ๆของเขา หลายช็อตที่หนังถ่ายทอดเรื่องราวได้โดยที่นักแสดงไม่ต้องบอกอะไรเลยสักคำ พวกเราก็เข้าถึงอารมณ์และก็ความรู้สึกในตอนนั้นได้ ทั้งยังทำให้พวกเรามองเห็นความ contrast ของโลกคู่ขนานทั้งคู่ประเทศ ระหว่างประเทศอินเดียกับประเทศออสเตรเลีย มองเห็นความลำบากของคนยากคนจน รู้ตัวเองโชคดีขนาดไหนแล้วที่เกิดมามีบ้านอยู่รวมทั้งแต่งงานอยู่ใกล้ๆการถ่ายรูปในหนังของ Greig Fraser (คนถ่ายรูปจาก Rogue One, Foxcatcher, Zero Dark Thirty อื่นๆอีกมากมาย) ก็สวยสดงดงามแล้วก็อัจฉริยะอย่างมาก ดูแล้วเชิญให้เข้าถึงอารมณ์ตลอดการเดินทางของ Saroo โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายรูป landscape จากมุม Bird’s-eye view ที่เข้ากันนเซ็ปต์กับการหาบ้านของตัวละครที่เป็นตัวเอกโดยใช้ Google Earth เว้นแต่งานภาพที่เด่น จุดเด่นของหัวข้อนี้เป็นการแสดงอันทรงอำนาจของเหล่าผู้แสดงนำฝ่าย ตั้งแต่สองชายหนุ่มที่รับบทบาทเป็น Saroo Brierley มันก็คือ Dev Patel กับ Sunny Pawar ทั้งคู่ปฏิบัติภารกิจในพาร์ทของตัวเองได้อย่างดียิ่ง ช่วงแรกพวกเราก็สงสัยว่าเพราะเหตุไร Dev Patel ได้เข้าชิงสาขาดาราสมทบชาย ไม่ใช่สาขาผู้แสดงนำฝ่ายชาย เพราะเหตุว่าเขาเองก็เล่นบทเป็นตัว Saroo Brierley ซึ่งเป็นตัวละครหลักของเรื่องเลย แต่ว่าพอใช้ได้ดูหนังจริงก็เลยรู้เรื่อง Dev Patel มิได้หามหนังอีกทั้งเรื่องไว้เพียงผู้เดียว ผู้แสดงอีกคนหนึ่งที่หามเรื่องราวไว้เท่ากับเขาเป็นผู้แสดงเด็กคนใหม่ Sunny Pawar ที่สวมบทบาทเป็น Saroo ในวัยเด็ก กล่าวอีกนัยหนึ่ง Sunny Pawar ชี้ให้เห็นว่าความลำบากของ Saroo วัยเด็กที่ประเทศอินเดียคืออะไร ความเคว้างเวิ้งคว้างเคว้งสำหรับการอยู่อย่างสันโดษรวมทั้งหลงทางในเมืองที่ไม่มีผู้ใดคุยภาษาเดียวกับเขานั้นเป็นยังไง (Saroo กล่าวภาษาถิ่นเป็นภาษาฮินดี ในเวลาที่คนภายในเมือง Calcutta บอกภาษาเบงกาลี) ส่วน Dev Patel ถ่ายทอดความเจ็บและก็ความสลับซับซ้อนทางอารมณ์ของผู้แสดงได้เป็นอย่างดีจวนเจียนจะร้องไห้ตาม หวังว่าประเด็นนี้จะส่งให้เขาไปถึงเวทีออสการ์ได้ เนื่องจากว่าต้นปีเขาก็เล่น The Man Who Knew Infinity เป็นนักเลขคณิตคนประเทศอินเดียได้อย่างน่าประทับใจ (ถ้าหากมิได้อีก ออสการ์ก็น่าจะ So White เกินความจำเป็นแล้วจริงๆ) แม้กระนั้นข้อท้วงติงเป็น Dev Patel เป็นคนผิวสีน้ำจากที่หล่อมากมายรวมทั้งหุ่นดีมากมาย ทั้งยังรูปร่าง เค้าหน้า รวมทั้งผิวพรรณไม่เหมือนกับ Saroo ตัวจริงอยู่โข แถมยังมองน่าเชื่อถือยากว่าเขาเป็นชาวอินเดียที่เกิดในสลัม อย่างไรก็ตาม เหตุเพราะในช่วงต้นเรื่องหนังพาพวกเราไปสัมผัสประสบการณ์ชีวิตอันแร้นแค้นของ Saroo มาแล้ว ตอนที่เขาโตมาเป็น Dev Patel มันก็เลยมีหลายช็อตที่พวกเราอินไปกับมัน เพราะว่าพวกเรามีความจำวัยเด็กรวมทั้งมีประสบการณ์ร่วมไปกับ Saroo (รับสารภาพว่าทีแรกๆแอบเบื่อนะที่เล่าตอนวัยเด็กช้านาน เป็นต้องการมองตอนโตแล้วอะไรแล้ว แม้กระนั้นภายหลังก็ปลอมตละว่าเพราะเหตุไรจำเป็นต้องให้กางคกราวเกรียวนด์มากมายขนาดนี้) พวกเราก็เลยรู้เรื่องตอนที่เขาระลึกถึงตอนวัยเด็กที่เขาเคยต้องการรับประทานอะไรแต่ว่ามิได้รับประทานแล้ววันนี้เขาสามารถรับประทานของหวานนั้นกี่ชิ้นก็ได้ แล้วก็พวกเราก็รู้เรื่องเขา แม้เขาจะรู้สึก uncomfortable กับชีวิตอัน comfortable ในขณะนี้ เนื่องจากครอบครัวของเขาอีกทวีปหนึ่งกำลังอยู่ทุกข์ยากรวมทั้งบางทีอาจเป็นห่วงว่าเขาจะเป็นตายร้ายดีเช่นไร แม้กระนั้นน่าลุ้นออสการ์แน่ๆกว่าเป็น Nicole Kidman คนรับบทเป็นแม่เลี้ยงของ Saroo ช็อตที่พวกเราถูกใจของคุณมีอยู่สองซีน ซีนแรกเป็นซีนที่คุณมองดู Saroo เปิดตู้แช่เย็นในบ้านของคุณคราวแรก ตู้แช่เย็นที่เต็มไปด้วยอาหารมากแตกต่างจากชีวิตก่อนหน้าที่ผ่านมาของเขาที่แทบจะไม่มีอันจะกิน เอาจริงเอาจังซีนนี้ถูกใจฟีลลิ่งโดยภาพรวมนั่นแหละ มันเป็นภาพที่ไม่ต้องกล่าวอะไรแต่ว่าสื่อความหมายเป็นร้อยล้านคำ อีกซีนนึงนี่ถูกใจที่การแสดงของ Nicole Kidman และก็ไดอะล็อกของ Sue ล้วนๆเป็นในตอนที่คุณบอกเหตุผลที่คุณรับ Saroo กับ Mantosh มาเลี้ยงเป็นลูกเลี้ยงแทนที่จะมีลูกแท้ๆที่ให้กำเนิดด้วยตัวเองเอง Sue กับ John Brierley ไม่สนใจว่าเด็กที่รับเลี้ยงมาจะคืออะไร แม้ว่า Mantosh จะโตมามิได้เช่นหัวใจ พวกเขาก็ไม่เศร้าใจที่ตกลงใจรับเลี้ยง พวกเขาเห็นว่าการสร้างปริมาณประชาชนเพิ่มไม่ได้การันตีว่าผลิตผลนั้นจะสำเร็จผลิตที่ดีรวมทั้งช่วยทำให้สังคม แม้กระนั้นการเกื้อกูลกำพร้ามันช่วยทำให้โลกดียิ่งขึ้นมาแน่นอนไม่มากมายก็น้อย ดังนี้ไม่ใช่แค่ตื้นตันกับทัศนคติของพวกเขา แม้กระนั้นแนวความคิดนี้ยังมีผลให้พวกเราคิดย้อนไปถึงสังคมประเทศอินเดีย ซึ่งมีราษฎรล้นหลาม (เพียงแค่แม่ของ Saroo ผู้เดียวก็มีลูก 4 คนละ) พลเมืองโดยมากยากแค้น ประเทศยังไกลห่างจากการพัฒนา (ลองคิดดูสิว่า Saroo จากบ้านไป 25 ปี กลับมาอีกครั้งประเทศอินเดียเกือบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปในทางที่ดียิ่งขึ้นเลย) พวกเราถูกใจที่ Lion มิได้เป็นหนังจุดประกายความหวังลมๆแล้งๆไม่ใช่หนังที่โชว์ให้มีความเห็นว่าผู้แสดงนำชายของพวกเราอยู่รอดได้ด้วยโชคเข้าข้างหรือปาฏิหาริย์ ในทางตรงกันข้าม ผู้แสดงนำชายของพวกเรามีสติปัญญา ความมุมานะ แล้วก็หัวใจยิ่งใหญ่ดุจราชสีห์ ยิ่งกว่านั้น มอง Lion จบแล้ว พวกเรายังใส่ใจได้ถึงสิ่งที่ทำให้โลกของพวกเรารวมทั้งชีวิตของคนคนนึง “” ได้อยู่ 2 อย่าง ยกตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีแล้วก็การเรียน ในเวลาเดียวกันก็มีอีกสิ่งจำเป็นที่ทำให้โลกของพวกเรา “น่าอยู่ขึ้น” ด้วย มันก็คือ คุณงามความดีแล้วก็ความรัก นี่เป็นความเป็นจริงแท้ที่พวกเราได้จากหนังประเด็นนี้ แล้วก็ความสวยงามของเรื่องราวนี้ทำให้พวกเราเสียน้ำตา

Tags: , , ,

COMMENTS Would you like to comment?